>Natsu no Kaze..13
[[-kaMekaNe-]] *-* ตอนนี้ยาวมากๆ ที่ยาวเพราะอยากให้ดู.......ของน้องเมะ
อยากรู้ว่าจุด จุด จุด คืออะไร ต้องไปอ่าน
แล้วคุณจะรู้ว่าน้องเมะเนี่ย....ของเค้าดีจริงๆ 555555555 *-*
เพลงในไดตอนนี้เหมาะจะให้น้องเมะมากเลยอ่า อิอิ
อ่านแล้ว คอมเม้นกันด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ไป อ่านกันเลยจ้า
[Fic~JK] *:::::::::::: N a t s u n o K a z e ::::::::::::* {Ch.13}
ACT. Akanishi Jin x Kamenashi Kazuya
Story Fiction By :: [[-kaMekaNe-]]
จินคุงมาแล้ว! สต้าฟสาววัยปาเข้าไปกลางคนแล้ว แต่ยังไฟแรงอยู่กรี๊ดกร๊าดขึ้นเมื่อรถคันหรูของนักร้องดังจอดสนิทตรงหน้าประตูทางเข้าสตูดิโอ ไม่ทันไร ร่างหนาของเจ้าของชื่อจินคุงก็เดินเข้ามาในชุดไปรเวทดูสบายๆ แต่เท่สุดๆ ในสายตาเจ้าหล่อนนับสิบที่ต้องทำงานให้กับอะคานิชิ จินในวันนี้ ชายหนุ่มเอื้อมมือถอดหมวก และ แว่นสีดำออกพร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าใครเห็นแล้วเป็นต้องละลายทุกคน!
เท่ห์ชะมัด!
คนอะไรดูดีสุดๆ!~
กินอะไรนะถึงได้หล่อแบบนี้!! นี่คือเสียงความในใจของพวกสต้าฟสาวทั้งหลายที่จินคุงคงไม่มีทางได้รับรู้
วันนี้ยังไงก็ฝากทุกคนด้วยนะครับ~ น้ำเสียงที่ทำให้คนทั้งประเทศตกหลุมรักเอื้อนเอ่ยบอกทีมงานและสต้าฟทุกคน ก้มหัวเล็กน้อย ก่อนเดินตามฝ่ายคอสตูมไปยังห้องแต่งตัวต่อทันที
ชั้นจะเป็นลมกับสายตาของอะคานิชิคุงให้ได้ คนอะไรก็ไม่รู้หล่อชะมัด~ พอจินคุงเดินห่างออกไปไกล เท่านั้นแหละ เสียงของแม่สาวๆ สต้าฟวัยกลางคนทั้งหลายก็ดังขึ้นทันที
หล่อเลิศ หล่อที่สุดในปฐพี แถมยังใจดีอีกด้วย ชั้นล่ะอยากได้มาเป็นพ่อของลูกจริงๆ!! เสียงเพ้อละเมอฝันดังขึ้นสมทบ บทสนทนาแห่งความปลาบปลื้มดูท่าจะไม่สิ้นสุดถ้า....
นี่พวกเธอยืนเม้าส์แตกกันอยู่ได้ ไปเซ็ตฉากกันได้แล้ว!! ใครมีหน้าที่อะไรก็รีบไปทำให้เสร็จ เดี๋ยวปั๊ดหักเงินเดือนซะเลยนี่!! เสียงของหัวหน้าพวกเธอดังขึ้นเสียก่อน ม็อบเล็กๆ จึงสลายตัวไปอย่างรวดเร็วทันทีทันใด ไม่เหลือแม้แต่เงา!
..
..
แช๊ะ แช๊ะ~ เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้น พร้อมแสงแฟลชวูบวาบปรากฏตามขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อนักร้องหนุ่มขยับตัวเปลี่ยนท่าอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงาม และที่สำคัญ ไม่ว่าจะเอียงซ้าย หรือ ขยับตัวไปทางไหน ความหล่อของอะคานิชิ จินก็ไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย
ชั้นว่าหนังสือล็อตนี้ต้องขายได้ไม่ต่ำกว่าแปดแสนเล่มเหมือนทุกครั้งแน่ๆ เลย อีกแล้วที่บทสนทนาเกี่ยวกับนักร้องหนุ่มดังขึ้นไม่ขาดสาย
แน่นอนย่ะ....ทั้งชั้นและลูกสาวก็ชอบเค้าเหมือนกัน! สต้าฟสาววัยรุ่นคราวแม่แต่ไฟแรง หัวเราะเบาๆ ทว่า บทสนทนาทั้งสองต้องหยุดลง เมื่อนักร้องหนุ่มที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอีกคน เดินเข้ามายังสตูดิโอด้วยท่าทางเขร่งขรึมผิดกับนักร้องหนุ่มอีกคนที่กำลังโพสหน้าให้กับกล้องอยู่ตอนนี้
ทาคิซาว่านี่นา วันนี้มีคิวถ่ายแบบที่สตูเดียวกับจินคุงด้วย...จะเปลี่ยนสตูดิโอเป็นเวทีมวยหรือป่าวน้า~ พวกเธอหน้าถอดสีไปตามๆ กัน เพราะใครๆ ก็รู้ว่าสองคนนี้ไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร....
กึก~ ทาคิซาว่าหยุดลงข้างเหล่าสต้าฟสาว สายตามองตรงไปยังร่างของอะคานิชิ จินที่กำลังทำงานถ่ายแบบให้กับนิตยสารชื่อดังเล่มหนึ่ง ด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความอาฆาตแค้นอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาเหล่าแม่สต้าฟ ค่อยๆ ขยับตัวเดินหนีออกไป เพราะกลัวว่าทาคิซาว่าจะหันมาวีนหรืออะละวาดใส่เอาได้
หลังจากนี้จะไปไหนกันวะ ยูอิจิ กูล่ะหิวจะแย่~ แต่เสียงของโคคิดังขึ้น หลังจากที่เดินตามยูอิจิไปเคลียร์ตารางงานให้กับจิน แต่ทั้งสองก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อเงยหน้าขึ้นมา กลับเห็นร่างของคู่อริยืนอยู่ตรงหน้า
ว่าไงผู้จัดการหน้าใหม่ไฟแรง นากามารุ ยูอิจิ ซากุราอิ โช เอ่ยขึ้น เหยียดยิ้มให้ ชายหนุ่มเจ้าของชื่อยูอิจิ ยิ้มมุมปากให้กลับ แต่ก้มหัวทักทายเล็กน้อยตามมารยาท
สวัสดีครับซากุราอิซัง ทาคิซาว่าซัง ยูอิจิเอ่ยทักทาย แต่ดูเหมือนเจ้าของชื่อคนหลังจะไม่พูดอะไร นอกเสียจาก รอยยิ้มที่น่าชิงชังในความคิดของยูอิจิ ก่อนเป็นฝ่ายเงียบไปเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่ที่โตแล้วแต่ไม่มีหัวคิดสร้างสรรค์เรื่องดีๆ อย่างคนอื่นเขาบ้าง! ยูอิจิจึงเลี่ยงเดินหนีออกมา ไม่ทันไรเสียงจากใครบางคนก็ดังขึ้นตาม
ความจริงแล้วเจ้าอะคานิชิก็ดูดีเหมือนกันนะ.... เสียงของโชที่ยูอิจิจำได้แม่น และก็ไม่อยากจำดังขึ้นก่อนเงียบไป
แต่ก็คงขายได้แค่หน้าตาเท่านั้นแหละ....ไอ้พวกที่ขายได้แค่หน้าตาแต่ไร้คุณภาพมันก็อยู่ในวงการนี้ได้ไม่นานนักหรอก.....นายว่างั้นมั้ย ยูอิจิ? โชหัวเราะในลำคอด้วยความสาแก่ใจ ที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักได้ โคคิเองที่ยืนเงียบมานานเริ่มทนไม่ไหว หันหลังเดินกลับเข้าไปหาผู้จัดการส่วนตัวของทาคิซาว่า
มีปัญหาอะไร ไอ้คนขับรถ? น้ำเสียงและสีหน้าดูถูกของโช มันน่านักที่จะได้ลิ้มลองหมัดมวยของโคคิซักทีสองที
โคคิ! ยูอิจิเรียกไว้ทัน โคคิจึงเดินหันหลังกลับไป ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจเพื่อนรักคงได้ซัดหมอนี่ซักเปรี้ยง! ยูอิจิเดินกลับมาหยุดตรงหน้าโชอีกครั้ง ยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้มเสมอ
ที่คุณถามว่านักร้องที่ขายหน้าตาแต่ไร้คุณภาพก็คงอยู่วงการนี้ได้ไม่นานนักหรอก...ความจริงแล้วผมว่าคนที่ตัดสินเรื่องนี้คงเป็นแฟนๆ มากกว่าไม่ใช่เหรอครับ? ยูอิจิหัวเราะในลำคอเบาๆ
แต่....เท่าที่ผมรู้สึกนะ...แฟนๆ ของอะคานิชิ ก็ตอบรับอย่างดีมาตลอดตั้งแต่เดบิวครั้งแรก และผมก็ไม่เคยเห็นว่าซิงเกิ้ลไหน หรืออัลบั้มไหนของอะคานิชิเค้าจะขายไม่ต่ำกว่าล้านแผ่นเลยนี่นา...ซากุราอิซังว่าอย่างนั้นมั้ย? คราวนี้ทั้งโชและทาคิซาว่าได้เห็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะของยูอิจิเต็มตา ก่อนร่างนั้นเดินออกไป ปล่อยให้ความแค้นและความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้นไปอีกหลายเท่า
แก!! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!! โชข่มเสียงกัดฟันแน่น ไม่อาจบรรยายได้ว่าความเกลียดชังในตัวผู้จัดการหนุ่มและนักร้องหน้าใหม่ที่ชื่ออะคานิชิ จิน มันมีมากขนาดไหน แต่ที่รู้ๆ ชาตินี้คงไม่มีวันญาติดีได้อย่างแน่นอน!
::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::
ทุกคนสำหรับวันนี้ของคุณมากเลยนะครับ!~ นักร้องหนุ่มตะโกนขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางโค้งให้ทีมงานทุกคนดั่งเช่นทุกครั้ง ก่อนเดินเข้าไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที ยิ้มมุมปากให้ทาคิซาว่าที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนแสร้งเบือนสายตาออกไปอย่างไม่สนใจ พอเดินเข้ามาในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านักร้องหนุ่มถึงกับนั่งแผละบนเก้าอี้ด้วยความเมื่อยล้า
วันนี้มีซ้อมเต้นหรือเปล่าวะ? จินถามยูอิจิที่ยืนถือออแกไนเซอร์อยู่ในมือ
ไม่มี....มีแค่ถ่ายแบบถึง 3 โมงเย็นนี่แหละ
ส่วนให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับซิงเกิ้ลใหม่ ก็เป็นพรุ่งนี้ตอน 9 โมงเช้าแทน บ่ายโมงค่อยกลับไปซ้อมเต้น ยูอิจิว่าอ่านตารางงาน จินพยักหน้าแบบเหนือยๆ พลางเปลี่ยนกลับมาเป็นชุดไปรเวทดังเดิม
กลับบ้านเหอะ...ชั้นอยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว!~ สีหน้าจินระรื่นขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานๆ ของคนที่กำลังรออการกลับมาของเขาอยู่ที่บ้าน แค่คิดพ่อนักร้องหนุ่มก็ยิ้มออกนอกหน้าจนยูอิจิหมั่นไส้! แอบเบะปากให้จินด้วยความแอบอิจฉาเพื่อน!
::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::
คนร่างบางชะเง้อคอแล้วชะเง้อคอเล่าเฝ้ามองแต่ประตูด้านหน้า พลางหันมาก้มหน้าระบายสีในสมุดภาพต่อ รอการกลับมาของคนรัก ในขณะที่ท้องน้อยๆ ก็ร้องดังจ็อก จ็อก แต่เพราะอยากทานข้าวพร้อมจิน ก็เลยต้องทนดื่มน้ำเปล่ารอไปพลางๆ ก่อน ทั้งที่รู้ว่าถ้าทำแบบนี้แล้วอาจโดนจินดุเอาได้ แต่ก็ยังอยากจะรอทานข้าวพร้อมกันอยู่ดี ฉะนั้นความหิวจะต้องทำให้เป็นความชินให้ได้!! คาเมะบอกตัวเองอย่างนั้น
แกร๊ก~ เสียงประตูห้องเปิดเหมือนพระเจ้ารู้เป็นใจให้ประตูเปิดออก เด็กน้อยคาเมะจึงระทิ้งทุกสิ่งบนโต๊ะทานข้าว วิ่งร่าหน้าตาชื่นมื่นไปต้อนรับคนที่กำลังรออยู่ทันที ทำเอาคนที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานอมยิ้มบางๆ
ยินดีต้อนรับกลับบ้านขอรับ ท่านจิน!~ เด็กน้อยคาเมะโค้งสุดตัวให้ว่าที่สามี จินขำเบาๆ เห็นท่าทางแล้วก็อดขำไม่ได้จริงๆ ดูสิ ก้มจนหัวติดเข่าแล้วมั้ง
ใครสอน ใครสั่งให้ทำแบบนี้น่ะ ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ คาเมะเงยหน้าขึ้นสีหน้างุนงง
ก็บ้านข้าสอนมาแบบนี้นี่นา....หรือว่าท่านจินมิชอบ? คาเมะถามกลับทำตาแป๋วแหว๋วเหมือนลูกหมาชิวาวาน่ารักน่าชัง อีกแล้วสายตาแบบนี้มันน่าจับมาฟัดซะให้เข็ด!
วันนี้เป็นยังไงบ้าง ทำบ้านรกหรือเปล่า? จินรีบเปลี่ยนเรื่องทันที ก่อนที่จะฟัดเด็กน้อยเข้าให้จริงๆ คาเมะส่ายหน้าไปมา แถมชี้ไปยังด้านใน ที่สะอาดเอี่ยมไม่มีอะไรผิดปรกติเลยสักนิด
ดีมาก.... มือหนายีผมนุ่มคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู
คงหิวข้าวแล้วล่ะสิ...วันนี้คงไม่ได้กินอะไรเลยอีกแล้วใช่มั้ยล่ะ? ชายหนุ่มอมยิ้มบางๆ ทำหน้าดุใส่คนตัวเล็ก
ขอรับ....ข้าดื่มแต่น้ำมาทั้งวัน เพื่อรอทานข้าวพร้อมท่านจินนี่แหละ! คาเมะไม่กลัวเลยสักนิดหากพูดไปแล้วต้องโดนจินด่า แต่เพราะอยากให้จินรู้ จึงต้องบอกความจริงไป เป็นอย่างที่คิด จินทำหน้าดุใส่ แต่คาเมะก็ตีสีหน้ากลับด้วย
ก็.....กินคนเดียวมันไม่อร่อยเท่ากินข้าวพร้อมท่านนี่นา~อย่าโกรธข้าเลยนะ เด็กหนุ่มร่างบางตีหน้าเศร้า เล่าความจริงไม่พอ เลยออดอ้อนด้วยการเอาแก้มขาวๆ ถูไถท่อนแขนแกร่งเหมือนลูกแมวน้อย ชายหนุ่มร่างหนาถอนหายใจทิ้ง
นึกไว้แล้วเชียวต้องเป็นแบบนี้....นายนี่มัน........เด็กดื้อจริงๆ! ถึงปากจะว่า แต่มือหนาก็ขยี้ผมนุ่มด้วยความรักใคร่ จุมพิตเบาๆ บนหน้าผาก ก่อนผละตัวออกมา ทำเอาคาเมะใจเต้นตึกตักไม่เป็นท่า
กินข้าวกันเถอะ วันนี้ชั้นซื้อข้าวกล่องอย่างดีมากฝากด้วย ชายหนุ่มชูถุงใส่ข้าวจากร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อนก็เดินนำเข้าบ้านไปทันที เด็กหนุ่มยิ้มกว้างกับความใจดีของจิน
ขอรับ!! ท่านจินใจดีที่สุดเลย! ตะโกนโหวกเหวก ก่อนวิ่งเหยาะๆ เดินตามจินเข้าไปในครัวอย่างคนอารมณ์ดี
..........................................
................................
....................
ทานแล้วนะขอร้าบบบบบบ! เสียงเจื้อยแจ้วดังก้อง พร้อมทำท่าพนมมือเล็กน้อยก็จัดการอาหารทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าด้วยความหิวโหย นิ้วเรียวคีบตะเกียบหยิบซูชิหน้ากุ้งอย่างคล่องแคล่วจับยัดใส่ปาก ตามด้วยซูซิหน้าไข่หวานของโปรด เคี้ยวตุ้ยๆ ไม่ทันถึง3วิ ก็ทำท่าคีบซูซิหน้าไข่ปลาคลาเวียเข้าปากอีกแล้ว
ค่อยๆ กินก็ได้ เดี๋ยวติดคอตายพอดี! จินส่ายหน้าไปมา แอบขำกับแก้มอูมๆ ทั้งราบคุณชายที่เคยถูกสั่งสอนมาดีเป็นมาแทบจะไม่เหลือเลย
เป็นยังไงบ้าง โอเบนโตะ(ข้าวกล่อง) ร้านนี้อร่อยหรือเปล่า? จินเอ่ยถาม มองดูท่าทางคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับการกินจนไม่เงยหน้าขึ้นมา
นี่คาซึยะ ได้ยินที่ชั้นถามหรือเปล่า? จินเรียกชื่ออีกครั้ง คาเมะถึงเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าท่าทางเหรอหรา ในขณะที่ปากกระจับยังขยับเคี้ยวข้าวไม่ยอมหยุด แต่ทว่า
หึหึ...... ชายหนุ่มกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ ทำเอาคาเมะงงกับท่าทางแปลกๆ ของจินบ้าง
ท่านเป็นอันใดไปหรือ? เหตุใดถึงเอาแต่นั่งหัวเราะ? คาเมะขมวดคิ้ว ยิ่งเห็นจินหัวเราะหนักขึ้นตัวเองก็พลอยงงเป็นไก่ตาแตก ก็จะไม่ให้จินขำได้ยังไง ในเมื่อ.....
หึหึ.....ไม่ยักรู้ว่า คาซึยะของชั้น....มีไฝกับเค้าด้วยเหรอเนี่ย? ว่าแล้วจินก็ระเบิดหัวเราะออกมา กับไฝสีส้มของไข่ปลาคลาเวียที่มันลอยละล่องไปติดอยู่บนริมฝีปากคาเมะ เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อคาเมะ ถึงกับหน้าเหวอไปชั่วครู่ ก่อนยกมือปาดริมฝีปากกันพัลวันไปหมด และแล้วก็ได้ตัวการแห่งความอับอาย เด็กหนุ่มก้มมองเจ้าไข่ปลาสีส้มเม็ดเล็กด้วยความขุ่นเคือง
นี่แหนะ! อ้ำ! แล้วก็จัดการมันโยนเข้าปากเคี้ยวมันให้สาแก่ใจ ที่บังอาจทำให้เขาอับอายต่อหน้าจิน
หยุดขำข้าเสียที!~ เสียงเจื้อยแจ้วออกคำสั่ง จินเองก็ไม่อยากแกล้งคาเมะมาก เขาจึงพยายามหยุดหัวเราะให้ได้ แต่ก็ไม่วายนั่งหัวเราะหึหึในลำคอ คนตัวเล็กจึงนั่งหน้างอ ทำปากยื่นอย่างเด็กน้อยเง้างอน
โอเคๆ หยุดขำก็ได้...แต่....มันตลกนี่นา คนอะไรมีไฝสีส้ม! อุ๊บ! จินทำท่าจะหัวเราะอีกครั้ง แต่ก็ต้องปิดปากตัวเองไว้ก่อน ก่อนก้มหน้าลงมือทานบ้าง และมันกำลังจะเป็นแบบนั้นถ้าไม่ได้ยินเสียงออดเสียก่อน
กริ๊งงงงงง~ เสียงกริ่งดังรัวยาว อารมณ์ขันของจินหมดวาบหายไป ความเซ็งเข้ามาแทนที่ เมื่อมีคนมาขัดจังหวะอาหารเย็นอีก ชายหนุ่มวางตะเกียบลงดังปึ้ง หัวเสียกับไอ้แขกไม่ได้รับเชิญที่มาขัดขวางคนกำลังจะกินข้าว เด็กน้อยคาเมะมองดูท่าทางหงุดหงิดของคนรักตาปริบๆ
แกร่ก~
ฮายยยยย....ไอ้จินกรูมาเยี่ยม เสียงของยูอิจิดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องเปิดออก จินทำหน้าเซ็งให้ผู้มาเยือนเห็นทั้งสามคน
ไม่ต้องทำหน้าต้อนรับกรูขนาดนั้นก็ได้ ยูอิจิตีบ่าเพื่อนแปะๆ ก่อนถอดรองเท้าเดินเข้าไปด้านในทันที
ขอรบกวนด้วยนะคร้าบบบ~ แถมมันยังตะโกนเสียงดังบอกเจ้าของบ้านที่ยืนกอดอกอยู่
เข้ามาข้างในก่อนสิ จินเอ่ยชวนเพื่อนรักอีกสองคนที่รอเจ้าของบ้านเชื้อเชิญอยู่
นึกว่าจะไม่ชวนซะแล้ว~ โคคิเอ่ยประชด ก่อนเดินเข้าไปบ้าง ยามะพีเองก็ส่ายหน้าไปมาให้กับยูอิจิ พอเดินเข้ามากันไม่เท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงยูอิจิแหกปากตะโกนดังลั่น
คาเมะจังงงง~ ยูอิจิลากเสียงยาว เดินฉับๆ ไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งกินข้าวอยู่ เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อหันควับ ยิ้มกว้าง พลางวางตะเกียบลง ลุกขึ้นโค้งคำนับ
สวัสดียามเย็นขอรับ~ ท่าน........ คาเมะละไว้ เพราะยังไม่รู้ว่าจะเรียกเพื่อนจินว่าอะไรดี
นากามารุ ยูอิจิ ยูอิจิยิ้มกว้าง คาเมะพยักหน้า
ขอรับ ท่านยู....ข้าเรียกท่านแบบนี้ได้ใช่ไหมขอรับ? ดวงตาบ้องแบ๊วใสซื่อเอ่ยถาม มีหรือคนใจดีแบบยูอิจิจะใจร้ายได้ลงคอ
ได้สิ! สำหรับคาเมะจังที่น่ารักเรียกอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ! ยูอิจิเองเริ่มชอบร่างบางนี้ขึ้นมาทีละนิดแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน ไอ้ชอบที่ว่าน่ะ ชอบที่แปลว่าเอ็นดูมากกว่า! และอีกอย่าง คนตัวเล็กแฟนไอ้จินมันน่ารักน่าชังขนาดนี้ มีหรือจะทำใจเฉยเมยได้ลงคอน่ะ!
อะแฮ่ม!! จินกระแอมเสียงดังลั่นจากด้านหลัง ทำเอายูอิจิหัวเราะแหะๆ
แล้วเพื่อนท่านสองคนนั้น?... คาเมะทำตาปริบๆ ยิ่งทำให้ยูอิจิมองเห็นความน่ารักมากขึ้นไปอีก
อ่อ เจ้าคนหน้าตาโหดๆ นี่ชื่อ ทานากะ โคคิ ส่วนเจ้านั่นหน้าตาลูกคุณหนูหน่อย ชื่อยามาชิตะ โทโมฮิสะ ยูอิจิแนะนำให้เสร็จสรรพ เห็นโคคิแยกเคี้ยวใส่กับไอ้คำว่าหน้าโหดๆ
สวัสดีขอรับท่านคิ ท่านโทโมะยามะ คนตัวเล็กโค้งให้สุดตัว ทั้งโคคิและยามะพีพากันอมยิ้มกับชื่อที่ถูกคนตัวเล็กเปลี่ยนให้ใหม่ แต่ก็น่ารักในความคิด จะมีแต่จินที่ยืนถอนหายใจบางๆ
แล้วนี่พวกแกยกขะโยงมาแบบนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? จินกอดอกถามอย่างเซ็งๆ
เปล่าซะหน่อย แค่คราวก่อนมาแบบไม่ทันตั้งตัวน่ะ คราวนี้ก็เลยอยากมาทำความรู้จักกับคาเมะจังอย่างเป็นทางการแค่นั้นเอง ยูอิจิตอบแทนเพื่อนอีกสองคน
และที่สำคัญโรคแอลกอฮอล์กำเริบน่ะ ชั้นก็เลยซื้อขนมมากับแกล้มตั้งเยอะ โคคิและยูอิจิชูถุงหูหิ้วที่บรรจุไปด้วยขนมขบเคี้ยวถุงใหญ่หลายห่อ เท่านั้นยังไม่พอ พอมองถัดไปในมือยามะพี ก็เห็นกระป๋องเบียร์นับสิบกระป๋องนอนอัดแน่นอยู่ในนั้น
เออๆ จะทำอะไรก็ตามใจ แต่อย่าทำบ้านชั้นสกปรกเหมือนพวกแกก็แล้วกัน!~ เมื่อเจ้าของบ้านอนุญาต ทั้งโคคิและยูอิจิรีบวิ่งแจ้นเข้าไปในครัวทันที
งั้นชั้นเอาเบียร์ไปแช่ก่อนนะ ยามะพีพูดจบก็เดินหิ้วถุงเบียร์เข้าไปทันที พอร่างนั้นผ่านไป มือเล็กก็กระตุกชายเสื้อคนรัก
ฮื้มห์..มีอะไรเหรอ? จินครางถามเบาๆ
หากข้าเดาไม่ผิด เพื่อนท่านทุกคนคงรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวข้าหมดแล้วใช่ไหมขอรับ? คาเมะถามเสียงเบา จินพยักหน้า
อืม....คงประมาณนั้นแหละ ทำไมเหรอ? ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า? มือหนาลูบผมนุ่มเบาๆ คาเมะส่ายหน้าไปมา
มิใช่เช่นนั้นขอรับ ข้าแค่คิดว่าเพราะเป็นเพื่อนของท่านจินแล้ว ทุกคนคงเป็นคนดีเหมือนท่านเช่นกันแน่ๆ คาเมะยิ้มให้คนรัก จินเองรู้สึกเขินเล็กน้อยกับคำชมนั้น
เชื่อเถอะ เพื่อนชั้นทุกคนน่ะ ไว้ใจได้...เรื่องของนายไม่มีวันที่คนอื่นจะรู้อย่างแน่นอน~ จินบอกให้คนตัวเล็กมั่นใจ
ขอรับ ข้าเชื่อท่าน เชื่อในตัวเพื่อนท่านทุกๆ คน แล้วรอยยิ้มสดใสก็มอบให้ชายหนุ่มคนรักอีกครั้ง มือหนาลูบผมนุ่มอย่างอ่อนโยน แต่กระนั้นคิดหรือว่าจะรอดสายตาคนในครัวไปได้ ทั้งโคคิและยูอิจิเองก็พากันอมยิ้มกับภาพตรงหน้า นานแล้วที่ไม่เคยเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนของเพื่อนคนนี้ นานแล้วที่ไม่เคยเห็นว่าจินจะรักใครทั้งนั้น นับว่าคนที่โชคดีที่สุดในโลกคงจะเป็นหนุ่มน้อยหลงยุคคนนี้แหละมั้ง ที่ได้ครอบครองหัวใจของอะคานิชิ จิน นักร้องหนุ่มที่แสนโด่งดังในขณะนี้.......นอกเสียจากรอยยิ้มอ่อนๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยามะพีเท่านั้น
อะแฮ่ม! ไม่ทันให้เพื่อนรักสวีทกับคนรักเท่าไหร่ ยูอิจิก็แกล้งกระแอม ด้วยความอิจฉาน้อยๆ พร้อมหอบหิ้วถุงขนมรสโปรดติดมือด้วย
หวานกันเข้าไป...เห็นใจคนโสดหน่อยนะเพื่อน ยูอิจิแหล่มองนักร้องหนุ่มด้วยสายตาหมั่นไส้ ก่อนหันมาทางคาเมะจังหนุ่มน้อยน่ารักที่ยูอิจิสุดปลื้ม
คาเมะจังมานี่เร็วๆ ชั้นมีอะไรจะให้ พูดจบแค่นั้นแหละ ยูอิจิฉุดข้อมือเล็กให้เดินตามไปยังโซฟา ทันที โดยที่จินยังไม่ทันร้องห้ามแต่ก็แอบจิกด่าด้วยสายตาไปแล้ว
ชั้นเพิ่งนึกออกว่ามีของฝากมาให้คาเมะจังด้วย ยูอิจิวางถุงขนมสองถุงในมือ ก่อนยื่นถุงกระดาษที่มีขนมมากมายเต็มไปหมดที่ตั้งใจซื้อมาฝากคนตัวเล็กโดยเฉพาะ คาเมะเลิกคิ้วขึ้น หันไปมองจินที่ยืนกอดอกมองดูเจ้าเพื่อนรักมันมายุ่มย่ามกับแฟนตัวเอง จินพยักหน้าประมาณว่าให้รับของฝากได้ คาเมะจึงหันกลับไป
ขอบคุณนะขอรับท่านยู เด็กหนุ่มยิ้มหวานให้เพื่อนท่านจิน ยูอิจิเองอมยิ้มตอบ
แกะเลยๆ นายอาจจะไม่เคยกินขนมพวกนี้มาก่อน แต่ชั้นคิดว่ามันคงอร่อยถูกปากนายแน่ๆ ยูอิจิว่าแบบนั้น คาเมะเองก็เป็นเด็กดีทำตามอย่างว่าง่าย เขาแกะถุงกระดาษออก ก่อนหยิบขนมทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดบางขึ้นมาดู ก่อนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกใจ
ท่านจิน!!! นี่มัน ท่านจินนี่นา.....เหตุใดท่านจินถึงเข้าไปอยู่ในสิ่งนี้ได้!~ คาเมะร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นรูปคนรักอยู่ในกระดาษบนขนมบางอย่างที่คาเมะไม่รู้จัก แต่ที่รู้ๆ คาเมะคิดว่าจินดูดีสุดๆ จนอยากจะเก็บเอาไว้ไม่ยอมแกะเลยล่ะ
แล้ว....ระหว่างชั้นในนั้นกับชั้นตอนนี้อันดูดีกว่า ฮื้มห์ จินนั่งลงโซฟาข้างคนรัก คำถามของจิน ทำเอาคาเมะก้มหน้าหงุด
ก็.....ก็ต้องเป็นท่านตอนนี้อยู่แล้วนี่ขอรับ คนตัวเล็กอมยิ้มกริ่ม จินเองก็เช่นกัน จะมีแต่
พอๆๆ....เลิกหวานกันซักแป๊บได้มั้ยวะ! หมั่นไส้จริงๆ ยูอิจิส่ายหน้าไปมาให้กับจิน ก่อนหันมาทางคาเมะอีก
อันนี้เค้าเรียกว่าช็อคโกแล็ต ส่วนรูปบนนั่นน่ะ ไม่ต้องสนใจหรอก มีทุกอันนั่นแหละหน่า ยูอิจิว่า ก็นะจินเป็นพรีเซนเตอร์ช็อคโกแลตCrunky ของล็อตเต้นี่นา ไม่แปลกที่จะมีรูปนักร้องหนุ่มคนนี้บนขนมทุกกล่อง...คาเมะค่อยๆ ดึงขนมรูปทรงประหลาดออกจากกล่อง จึงเห็นขนมที่ยูอิจิเรียกว่าช็อคโกแล็ตแผ่นบางๆ ที่ถูกห่ออยู่ในกระดาษสีทอง กำลังยกมันขึ้นทำท่าจะงับเต็มที่
เดี๋ยวก่อน! ทั้งยูอิจิ และจินร้องเสียงดังดักไว้ เด็กหนุ่มถึงกับผงะ สายตางุนงงเต็มแก่
ข้า....ข้าทำอันใดผิดหรือ? สายตาบ้องแบ๊วถามท่านทั้งสองตรงหน้า
ต้องแกะห่อสีทองนี่ก่อน ขืนกินเข้าไป ติดคอตายพอดี! จินพูดจบก็จัดการฉีกกระดาษฟอยสีทองแผ่นบางออกให้ เพื่อคาเมะจะได้ลิ้มรสถนัดและถูกต้องตามหลัก
กินได้แล้ว จินกล่าว คาเมะพยักหน้า ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของขนมที่เขาไม่รู้จัก
หอมมากเลยขอรับ...มันต้องเป็นขนมที่หวานมากๆ แน่ คาเมะคิดแบบนั้น ทั้งจินและยูอิจิไม่ตอบเพราะให้เด็กหนุ่มหาคำตอบเอง คาเมะใจจดใจจ่อกับมันราวกับตั้งสติ ก่อนหลับตา ก้มกัดมันด้วยท่าทางตื่นเต้นสุดๆ
กรุ่บ~ คำแรกถูกกัดจนแหว่งไปซีกหนึ่งเป็นรอยฟัน คาเมะหลับตาเคี้ยวกรุบกรับไม่ยอมคุยกับใคร ลิ้มรสความแปลกใหม่ที่ได้สัมผัส ปากกระจับเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนทำงานช้าลง ช้าลง จนร่างนั้นนิ่งเงียบ...ไม่เว้นแต่จินและยูอิจิเองก็แอบลุ้นด้วยเช่นกัน แต่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มนิ่งไป ทั้งสองคนเริ่มใจแกว่ง
คาซึยะ....เป็นอะไรไป ไม่อร่อยเหรอ? จินเริ่มใจหาย เมื่อถามคำถามไปแต่ไม่ได้คำตอบ คาเมะยังคงนิ่งก่อน ก้มหน้าลง ไม่ทันไร....
อ่า! คาเมะจังร้องไห้ทำไม? ยูอิจิและจินเบิกตาโพลง เมื่อคาเมะยกมือขึ้นปาดน้ำตา ในขณะที่ปากบางเคี้ยวขนมช้าๆ
คาซึยะ....ร้องไห้ทำไม ไม่อร่อยก็ทิ้งไปก็ได้ไม่ต้องฝืนหรอก จินในหายวาบ ไม่คิดว่าขนมสมัยนี้จะทำให้เด็กหนุ่มหลงยุคอย่างคาเมะต้องร้องไห้เพราะรสชาติที่แปลกประหลาดของมัน แต่ทว่าคาเมะกลับเงยหน้าขึ้น
ฮึก....เนอร่อยมากๆ เลยขอรับ....อร่อยจนข้าซาบซึ้งในรสชาติของมัน....ฮึก ปากเจื้อยแจ้วเอ่ย พลางสะอื้น ทำเอาจินและยูอิจิถอนหายใจยาว...นิ่งเงียบกันไปชั่วครู่ ก่อนพากันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
เจ้าเด็กบ้า ทำเอาชั้นใจหายหมด นิ้วเรียวดีดหน้าผากคนรักเบาๆ ก่อนปลายวาดซับน้ำตาไว้
ถ้าอร่อยมาก ก็กินให้หมด เรื่องอ้วนนะ ค่อยไว้ทีหลัง จินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน คาเมะพยักหน้าก้มลงกินขนมสีดำในมือต่อด้วยท่าทางปลาบปลื้ม ทำเอาจิน ยูอิจิ และ เพื่อนอีกสองคนพากันยิ้มออกมาถ้วนหน้ากับความน่ารักที่คนทำสร้างมันมาโดยไม่รู้ตัว
หลังจากที่พากันสังสรรค์เล็กๆ น้อยๆ ต้อนรับคาเมะจังผู้น่ารัก และถามไถ่ความเป็นอยู่และชีวิตของคาเมะเล็กๆ น้อยๆ ไม่ทันไรเวลาผ่านไปจนกระทั่งเข็มสั้นและเข็มยาวชี้ตรงมายังเลข12พร้อมกันพอดี จินยืนกอดอกมองดูยูอิจิเมาหลับคาโซฟา มือยังคงถือกระป๋องเบียร์คาอก ในขณะที่โคคินอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นแต่ดันยกขาก่ายอกยูอิจิ สภาพเมามายของเพื่อนรักทั้งสองหมดสภาพ ดูไม่ได้เอาเสียเลย ทำเอาจินส่ายหน้าไปมากับนิสัยประจำของเพื่อนรัก...
ไอ้พวกบ้าเอ้ย~เมาทีไรก็เป็นแบบนี้ทุกที!! ลำบากชั้นอีกจนได้!! เฮ้อ จินถอนหายใจ คาเมะอมยิ้มกับสภาพของเพื่อนจินทั้งสองคน ส่วนยามะพีสภาพตอนมาเป็นเช่นไร ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่
คืนนี้ชั้นคงฝากเจ้า2คนนี้ไว้กับนายแล้วนะ ยามะพีหัวเราะในลำคอเบาๆ
ไม่ต้องบอกชั้นก็รู้ชะตากรรม ดูสภาพมัน2ตัวแล้วแบบนี้ จะให้มันขับรถกลับพรุ่งนี้มีหวังลงข่าวหน้าหนึ่งเพราะรถชนเสาไฟฟ้าคอหักตายแน่! จินไม่ได้แช่ง และปากปีจอแต่อย่างใด แต่มันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ หากเจ้าเพื่อนสองคนนี้กลับออกไปในสภาพที่เมาเหมือนลูกหมา
แล้วนายจะค้างที่นี่หรือเปล่า? จินหันไปถามเพื่อนรักอีกคน
ไม่มีดีกว่า พรุ่งนี้มีประชุมตอนเช้า ยามะพีกล่าว จินพยักหน้ารับ
งั้นเดี๋ยวชั้นช่วยนายเก็บกวาดก่อนก็ได้ ค่อยกลับ พูดจบยามะพีก็ลงมือเก็บกระป๋องเบียร์ว่างเปล่าหลายกระป๋องที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น
เอ่อไม่ต้องหรอกขอรับ ข้าทำเองดีกว่า คาเมะเห็นว่าตัวเองเป็นเจ้าบ้าน จะให้แขกผู้มาเยือนทำเช่นนี้คงจะไม่ดีนัก ตัวเองจึงทำหน้าที่เก็บกวาดแทน แต่ยามะพีกลับส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร
ไม่เป็นไรหรอก ช่วยๆ กันจะได้เสร็จเร็วๆ ไง ยามะพียิ้มให้ เด็กหนุ่มพยักหน้า ยิ้มหวานตอบกลับ ก่อนก้มลงช่วยกันเก็บกระป๋องเบียร์ใส่ถุงขยะ ก่อนเดินนำไปทิ้งที่ห้องครัว ช่วยกันล้างจาน ในขณะที่จินพยายามพยุงขาโคคิออกจากอกยูอิจิ เพราะเกรงว่าเจ้าเพื่อนคนนี้จะขาดอากาศหายใจ และกลายเป็นศพเอาได้!
จินเป็นยังไงบ้าง? จู่ๆ ยามะพีก็ถามขึ้น คาเมะนิ่งเงียบอมยิ้มจางๆ
ก็ใจดีขอรับ ถึงแม้จะดุไปบ้าง สีหน้าคาเมะไม่ได้บ่งบอกเลยว่าเวลาที่อยู่กับจินเจ้าตัวรู้สึกอึดอัด หรือ ทรมานใจแต่อย่างใด รอยยิ้มแบบนั้นใครๆ ก็ดูออกว่า คนตัวเล็กเองรู้สึกดีกับจินมากแค่ไหน
อืม....บางครั้งเจ้านั่นก็ชอบพูดว่าคนอื่นโดยไม่คิด และก็ใจร้อน ขี้โมโหไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วจินมันก็ใจดีจริงๆ นั่นแหละ ยามะพีเอ่ย คาเมะพยักหน้าเข้าใจ เพราะนิสัยที่เพื่อนจินคนนี้กล่าวมา คาเมะเจอมาหมดแล้ว
ส่วนเรื่องความลับของนาย ไม่ต้องกังวลใจนะ พวกชั้นน่ะเป็นเพื่อนรักกัน ไม่หักหลังกันอยู่แล้ว ยามะพีพูดไว้เผื่อให้อีกคนสบายใจ
ขอบคุณมากขอรับ คาเมะยิ้มอ่อนๆ ให้ยามะพี ชายหนุ่มเองก็ยิ้มตอบกลับ ความรู้สึกบางอย่างแทรกผ่านเข้ามาในความรู้สึกโดยไม่ได้ตั้งใจ
นี่เที่ยงคืนครึ่งแล้ว นายรีบกลับเถอะ มันอันตราย~ เสียงของจินดังแทรกขึ้น ทำให้ยามะพีสะดุ้งน้อยๆ ละสายตาจากใบหน้าหวานนั้นทันที
อืม ก็ดีเหมือนกัน.... พูดไปพลางล้างมือให้สะอาด ก่อนเดินออกมา คว้ากระเป๋าและกุญแจรถ
คืนนี้ฝากไอ้สองตัวนี้ด้วยนะ...เฮ้ออ~ ยามะพีมองสภาพเพื่อนสองคนแล้วก็ถอนหายใจออกมา โบกมือให้จิน ก่อนเดินออกไป พอประตูปิดลง เขาจึงเดินไปยังห้องครัวเห็นรักกำลังยืนล้างจานอยู่
เมื่อกี้คุยอะไรกันเหรอ? จินถามขึ้น เพราะเขาเองไม่แน่ใจว่าสายตาของยามะพีที่มองคาเมะเมื่อครู่ว่าแท้จริงแล้วอาจคิดอะไรอยู่นัยๆ และนั่นเขาจึงต้องแกล้งทักอ้างเวลาทำให้ยามะพีกลับไปได้สำเร็จ ก่อนที่อะไรมันอาจจะเลยเถิดไปมากกว่านี้
ก็ข้าก็คุยเรื่องท่านนั่นแหละ....เพื่อนท่านถามข้าว่า ท่านจินเป็นเช่นไรบ้าง? คาเมะก้มหน้าล้างจานดั่งที่จินเคยสอนไว้ก่อนหน้า
แล้วนายตอบว่ายังไง? จินเองก็อยากรู้ คาเมะกรอกตาไปมา
อืมม ว่าเช่นไรดีน้า~....ข้าบอกเพื่อนท่านไปว่าท่านน่ะ...เป็นคนใจร้อน ขี้โมโห ชอบด่าข้าว่าโง่ และก็เป็นคนเอาแต่ใจที่สุดในโลก คาเมะแกล้งจินด้วยการพูดปด เป็นอย่างที่คิด จินทำหน้าบึ้งขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์
ก็คงจะจริงอย่างที่นายพูด ชั้นเองคงไม่ใจดีเหมือนยามะพีหรอก! จู่ๆ ต่อมความหึงหวงก็กระตุ้นทำงานขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จินถอนหายใจทิ้ง ก่อนเดินออกไป คาเมะเห็นว่าไม่เป็นการดีแน่ จึงละทิ้งทุกสิ่งเช็ดมือกับกางเกงตัวเองก่อนวิ่งไปหาคนรักรั้งข้อมือหนาไว้
ข้าล้อเล่นน่ะ! ใบหน้าหวานซบลงบนท่อนแขนหนา จินเหลือบมองคนรักก่อนหันกลับ
โกรธข้าจริงๆ หรือ? ข้าล้อท่านเล่นเองนะ....หรือว่า....ท่านหึงหวงข้าอย่างนั้นใช่ไหม? คาเมะยิ้มแป้นทันที จินนิ่งเงียบเมื่อคำถามของคาเมะจี้จุดตรงหัวใจแป๊ะ!
ไม่ตอบ...แสดงว่าท่านเองก็หึงหวงข้า กลัวว่าข้าจะชอบเพื่อนท่านอย่างนั่นใช่ไหม? คาเมะหัวเราะคิกคักคนเดียว ไม่เหมือนจินทีเอาแต่ยืนหน้าบึ้ง
ก็.....ยามะพีเป็นคนใจดีมาก อีกอย่างหมอนั่นก็นิสัยดีกว่าชั้นหลายเท่า ไม่แปลกหรอกที่....ใครต่อใครก็ต้องชอบเจ้านั่น จินเองก็กลัวแบบนั้นจริงๆ
นอกจากท่านจะใจร้าย ชอบดุชอบด่าว่าโง่ หนำซ้ำยังขี้โมโห และเอาแต่ใจ ข้ามิคิดเลยว่าท่านจะ........น้อยใจเป็นด้วย คาเมะอมยิ้มกริ่ม กลั้วหัวเราะในลำคอ จินหันขวับมาทันที
ใช่...ชั้นมันก็นิสัยไม่ดีแบบนี้แหละ...ถ้านายจะไปชอบยามะพี....ก็.........ก็เอาเลย จินอารมณ์น้อยอกน้อยใจแบบนี้เป็นครั้งแรกที่คาเมะได้เห็น เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก่อนกระโดดโอบกอดร่างหนาไว้แน่น
มิเอา....ต่อให้เพื่อนท่านแสนดีแค่ไหน ข้าก็มิเอาทั้งนั้น...เพราะข้าน่ะ หลงรักท่านอะคานิชิ จิน ผู้ใจดีและมอบหมั่นโถวให้ข้าตั้งแต่วันนั้นแล้ว....ข้ามิกล้าไปรักใครอื่นได้หรอก นอกจากท่านผู้เดียว~ เด็กหนุ่มออดอ้อนคนรัก เสียงเจื้อยแจ้วแต่เต็มไปด้วยความจริงใจ ทำให้ชายหนุ่มร่างหนานิ่งเงียบ เป็นครั้งแรกที่จินเคอะเขินกับคำพูดพวกนี้ และเป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้ว มันทำให้เขารู้สึกตื้นตันและ....รักเด็กหลงทางคนนี้มากขึ้นไปอีก....จากที่ว่าหน้าหล่อบูดบึ้ง กลายเป็นว่าอมยิ้มน้อยๆ บ้างแล้ว
เจ้าเด็กบ้า! ปากว่า แต่มือหนาก็ขยี้ผมนุ่มนั้นอย่างเอ็นดู คาเมะเงยหน้าขึ้น ยิ้มแป้นให้คนรัก จะรู้ไหมว่ายังมีสายตาของคน(แกล้งเมา)อีกสองคนแอบดูอยู่ด้วย พากันอมยิ้มถ้วนหน้า ก่อนค่อยๆ นอนลงลงดังเดิมพร้อมหลับสนิทฝันดีทั้งคืนเพราะฉากสวีทหวานๆ ของคู่รักคู่หนึ่ง
TO BE CON >>>>>>>
(( มีใครคิดเหมือนเรามั้ย....ตอนนี้น้องเมะน่ารักสุดๆๆ ไปเลยอ่า กรี้ดๆๆๆๆ น้องน่ารักฮื้ววว พูดไม่ออกเลย ความน่ารักมันจุกอก อือิ ช่างกล้าเน๊อะ ทำพี่จินเรางอนได้ ฮิ้วววววว ))
PLEASE COMMENT !!
ขอบคุณค่ะ
อยากรู้ว่าจุด จุด จุด คืออะไร ต้องไปอ่าน
แล้วคุณจะรู้ว่าน้องเมะเนี่ย....ของเค้าดีจริงๆ 555555555 *-*
เพลงในไดตอนนี้เหมาะจะให้น้องเมะมากเลยอ่า อิอิ
อ่านแล้ว คอมเม้นกันด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ไป อ่านกันเลยจ้า
[Fic~JK] *:::::::::::: N a t s u n o K a z e ::::::::::::* {Ch.13}
ACT. Akanishi Jin x Kamenashi Kazuya
Story Fiction By :: [[-kaMekaNe-]]
จินคุงมาแล้ว! สต้าฟสาววัยปาเข้าไปกลางคนแล้ว แต่ยังไฟแรงอยู่กรี๊ดกร๊าดขึ้นเมื่อรถคันหรูของนักร้องดังจอดสนิทตรงหน้าประตูทางเข้าสตูดิโอ ไม่ทันไร ร่างหนาของเจ้าของชื่อจินคุงก็เดินเข้ามาในชุดไปรเวทดูสบายๆ แต่เท่สุดๆ ในสายตาเจ้าหล่อนนับสิบที่ต้องทำงานให้กับอะคานิชิ จินในวันนี้ ชายหนุ่มเอื้อมมือถอดหมวก และ แว่นสีดำออกพร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าใครเห็นแล้วเป็นต้องละลายทุกคน!
เท่ห์ชะมัด!
คนอะไรดูดีสุดๆ!~
กินอะไรนะถึงได้หล่อแบบนี้!! นี่คือเสียงความในใจของพวกสต้าฟสาวทั้งหลายที่จินคุงคงไม่มีทางได้รับรู้
วันนี้ยังไงก็ฝากทุกคนด้วยนะครับ~ น้ำเสียงที่ทำให้คนทั้งประเทศตกหลุมรักเอื้อนเอ่ยบอกทีมงานและสต้าฟทุกคน ก้มหัวเล็กน้อย ก่อนเดินตามฝ่ายคอสตูมไปยังห้องแต่งตัวต่อทันที
ชั้นจะเป็นลมกับสายตาของอะคานิชิคุงให้ได้ คนอะไรก็ไม่รู้หล่อชะมัด~ พอจินคุงเดินห่างออกไปไกล เท่านั้นแหละ เสียงของแม่สาวๆ สต้าฟวัยกลางคนทั้งหลายก็ดังขึ้นทันที
หล่อเลิศ หล่อที่สุดในปฐพี แถมยังใจดีอีกด้วย ชั้นล่ะอยากได้มาเป็นพ่อของลูกจริงๆ!! เสียงเพ้อละเมอฝันดังขึ้นสมทบ บทสนทนาแห่งความปลาบปลื้มดูท่าจะไม่สิ้นสุดถ้า....
นี่พวกเธอยืนเม้าส์แตกกันอยู่ได้ ไปเซ็ตฉากกันได้แล้ว!! ใครมีหน้าที่อะไรก็รีบไปทำให้เสร็จ เดี๋ยวปั๊ดหักเงินเดือนซะเลยนี่!! เสียงของหัวหน้าพวกเธอดังขึ้นเสียก่อน ม็อบเล็กๆ จึงสลายตัวไปอย่างรวดเร็วทันทีทันใด ไม่เหลือแม้แต่เงา!
..
..
แช๊ะ แช๊ะ~ เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้น พร้อมแสงแฟลชวูบวาบปรากฏตามขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อนักร้องหนุ่มขยับตัวเปลี่ยนท่าอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงาม และที่สำคัญ ไม่ว่าจะเอียงซ้าย หรือ ขยับตัวไปทางไหน ความหล่อของอะคานิชิ จินก็ไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย
ชั้นว่าหนังสือล็อตนี้ต้องขายได้ไม่ต่ำกว่าแปดแสนเล่มเหมือนทุกครั้งแน่ๆ เลย อีกแล้วที่บทสนทนาเกี่ยวกับนักร้องหนุ่มดังขึ้นไม่ขาดสาย
แน่นอนย่ะ....ทั้งชั้นและลูกสาวก็ชอบเค้าเหมือนกัน! สต้าฟสาววัยรุ่นคราวแม่แต่ไฟแรง หัวเราะเบาๆ ทว่า บทสนทนาทั้งสองต้องหยุดลง เมื่อนักร้องหนุ่มที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอีกคน เดินเข้ามายังสตูดิโอด้วยท่าทางเขร่งขรึมผิดกับนักร้องหนุ่มอีกคนที่กำลังโพสหน้าให้กับกล้องอยู่ตอนนี้
ทาคิซาว่านี่นา วันนี้มีคิวถ่ายแบบที่สตูเดียวกับจินคุงด้วย...จะเปลี่ยนสตูดิโอเป็นเวทีมวยหรือป่าวน้า~ พวกเธอหน้าถอดสีไปตามๆ กัน เพราะใครๆ ก็รู้ว่าสองคนนี้ไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร....
กึก~ ทาคิซาว่าหยุดลงข้างเหล่าสต้าฟสาว สายตามองตรงไปยังร่างของอะคานิชิ จินที่กำลังทำงานถ่ายแบบให้กับนิตยสารชื่อดังเล่มหนึ่ง ด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความอาฆาตแค้นอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาเหล่าแม่สต้าฟ ค่อยๆ ขยับตัวเดินหนีออกไป เพราะกลัวว่าทาคิซาว่าจะหันมาวีนหรืออะละวาดใส่เอาได้
หลังจากนี้จะไปไหนกันวะ ยูอิจิ กูล่ะหิวจะแย่~ แต่เสียงของโคคิดังขึ้น หลังจากที่เดินตามยูอิจิไปเคลียร์ตารางงานให้กับจิน แต่ทั้งสองก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อเงยหน้าขึ้นมา กลับเห็นร่างของคู่อริยืนอยู่ตรงหน้า
ว่าไงผู้จัดการหน้าใหม่ไฟแรง นากามารุ ยูอิจิ ซากุราอิ โช เอ่ยขึ้น เหยียดยิ้มให้ ชายหนุ่มเจ้าของชื่อยูอิจิ ยิ้มมุมปากให้กลับ แต่ก้มหัวทักทายเล็กน้อยตามมารยาท
สวัสดีครับซากุราอิซัง ทาคิซาว่าซัง ยูอิจิเอ่ยทักทาย แต่ดูเหมือนเจ้าของชื่อคนหลังจะไม่พูดอะไร นอกเสียจาก รอยยิ้มที่น่าชิงชังในความคิดของยูอิจิ ก่อนเป็นฝ่ายเงียบไปเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่ที่โตแล้วแต่ไม่มีหัวคิดสร้างสรรค์เรื่องดีๆ อย่างคนอื่นเขาบ้าง! ยูอิจิจึงเลี่ยงเดินหนีออกมา ไม่ทันไรเสียงจากใครบางคนก็ดังขึ้นตาม
ความจริงแล้วเจ้าอะคานิชิก็ดูดีเหมือนกันนะ.... เสียงของโชที่ยูอิจิจำได้แม่น และก็ไม่อยากจำดังขึ้นก่อนเงียบไป
แต่ก็คงขายได้แค่หน้าตาเท่านั้นแหละ....ไอ้พวกที่ขายได้แค่หน้าตาแต่ไร้คุณภาพมันก็อยู่ในวงการนี้ได้ไม่นานนักหรอก.....นายว่างั้นมั้ย ยูอิจิ? โชหัวเราะในลำคอด้วยความสาแก่ใจ ที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักได้ โคคิเองที่ยืนเงียบมานานเริ่มทนไม่ไหว หันหลังเดินกลับเข้าไปหาผู้จัดการส่วนตัวของทาคิซาว่า
มีปัญหาอะไร ไอ้คนขับรถ? น้ำเสียงและสีหน้าดูถูกของโช มันน่านักที่จะได้ลิ้มลองหมัดมวยของโคคิซักทีสองที
โคคิ! ยูอิจิเรียกไว้ทัน โคคิจึงเดินหันหลังกลับไป ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจเพื่อนรักคงได้ซัดหมอนี่ซักเปรี้ยง! ยูอิจิเดินกลับมาหยุดตรงหน้าโชอีกครั้ง ยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้มเสมอ
ที่คุณถามว่านักร้องที่ขายหน้าตาแต่ไร้คุณภาพก็คงอยู่วงการนี้ได้ไม่นานนักหรอก...ความจริงแล้วผมว่าคนที่ตัดสินเรื่องนี้คงเป็นแฟนๆ มากกว่าไม่ใช่เหรอครับ? ยูอิจิหัวเราะในลำคอเบาๆ
แต่....เท่าที่ผมรู้สึกนะ...แฟนๆ ของอะคานิชิ ก็ตอบรับอย่างดีมาตลอดตั้งแต่เดบิวครั้งแรก และผมก็ไม่เคยเห็นว่าซิงเกิ้ลไหน หรืออัลบั้มไหนของอะคานิชิเค้าจะขายไม่ต่ำกว่าล้านแผ่นเลยนี่นา...ซากุราอิซังว่าอย่างนั้นมั้ย? คราวนี้ทั้งโชและทาคิซาว่าได้เห็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะของยูอิจิเต็มตา ก่อนร่างนั้นเดินออกไป ปล่อยให้ความแค้นและความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้นไปอีกหลายเท่า
แก!! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!! โชข่มเสียงกัดฟันแน่น ไม่อาจบรรยายได้ว่าความเกลียดชังในตัวผู้จัดการหนุ่มและนักร้องหน้าใหม่ที่ชื่ออะคานิชิ จิน มันมีมากขนาดไหน แต่ที่รู้ๆ ชาตินี้คงไม่มีวันญาติดีได้อย่างแน่นอน!
::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::
ทุกคนสำหรับวันนี้ของคุณมากเลยนะครับ!~ นักร้องหนุ่มตะโกนขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางโค้งให้ทีมงานทุกคนดั่งเช่นทุกครั้ง ก่อนเดินเข้าไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที ยิ้มมุมปากให้ทาคิซาว่าที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนแสร้งเบือนสายตาออกไปอย่างไม่สนใจ พอเดินเข้ามาในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านักร้องหนุ่มถึงกับนั่งแผละบนเก้าอี้ด้วยความเมื่อยล้า
วันนี้มีซ้อมเต้นหรือเปล่าวะ? จินถามยูอิจิที่ยืนถือออแกไนเซอร์อยู่ในมือ
ไม่มี....มีแค่ถ่ายแบบถึง 3 โมงเย็นนี่แหละ
ส่วนให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับซิงเกิ้ลใหม่ ก็เป็นพรุ่งนี้ตอน 9 โมงเช้าแทน บ่ายโมงค่อยกลับไปซ้อมเต้น ยูอิจิว่าอ่านตารางงาน จินพยักหน้าแบบเหนือยๆ พลางเปลี่ยนกลับมาเป็นชุดไปรเวทดังเดิม
กลับบ้านเหอะ...ชั้นอยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว!~ สีหน้าจินระรื่นขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานๆ ของคนที่กำลังรออการกลับมาของเขาอยู่ที่บ้าน แค่คิดพ่อนักร้องหนุ่มก็ยิ้มออกนอกหน้าจนยูอิจิหมั่นไส้! แอบเบะปากให้จินด้วยความแอบอิจฉาเพื่อน!
::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::~::
คนร่างบางชะเง้อคอแล้วชะเง้อคอเล่าเฝ้ามองแต่ประตูด้านหน้า พลางหันมาก้มหน้าระบายสีในสมุดภาพต่อ รอการกลับมาของคนรัก ในขณะที่ท้องน้อยๆ ก็ร้องดังจ็อก จ็อก แต่เพราะอยากทานข้าวพร้อมจิน ก็เลยต้องทนดื่มน้ำเปล่ารอไปพลางๆ ก่อน ทั้งที่รู้ว่าถ้าทำแบบนี้แล้วอาจโดนจินดุเอาได้ แต่ก็ยังอยากจะรอทานข้าวพร้อมกันอยู่ดี ฉะนั้นความหิวจะต้องทำให้เป็นความชินให้ได้!! คาเมะบอกตัวเองอย่างนั้น
แกร๊ก~ เสียงประตูห้องเปิดเหมือนพระเจ้ารู้เป็นใจให้ประตูเปิดออก เด็กน้อยคาเมะจึงระทิ้งทุกสิ่งบนโต๊ะทานข้าว วิ่งร่าหน้าตาชื่นมื่นไปต้อนรับคนที่กำลังรออยู่ทันที ทำเอาคนที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานอมยิ้มบางๆ
ยินดีต้อนรับกลับบ้านขอรับ ท่านจิน!~ เด็กน้อยคาเมะโค้งสุดตัวให้ว่าที่สามี จินขำเบาๆ เห็นท่าทางแล้วก็อดขำไม่ได้จริงๆ ดูสิ ก้มจนหัวติดเข่าแล้วมั้ง
ใครสอน ใครสั่งให้ทำแบบนี้น่ะ ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ คาเมะเงยหน้าขึ้นสีหน้างุนงง
ก็บ้านข้าสอนมาแบบนี้นี่นา....หรือว่าท่านจินมิชอบ? คาเมะถามกลับทำตาแป๋วแหว๋วเหมือนลูกหมาชิวาวาน่ารักน่าชัง อีกแล้วสายตาแบบนี้มันน่าจับมาฟัดซะให้เข็ด!
วันนี้เป็นยังไงบ้าง ทำบ้านรกหรือเปล่า? จินรีบเปลี่ยนเรื่องทันที ก่อนที่จะฟัดเด็กน้อยเข้าให้จริงๆ คาเมะส่ายหน้าไปมา แถมชี้ไปยังด้านใน ที่สะอาดเอี่ยมไม่มีอะไรผิดปรกติเลยสักนิด
ดีมาก.... มือหนายีผมนุ่มคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู
คงหิวข้าวแล้วล่ะสิ...วันนี้คงไม่ได้กินอะไรเลยอีกแล้วใช่มั้ยล่ะ? ชายหนุ่มอมยิ้มบางๆ ทำหน้าดุใส่คนตัวเล็ก
ขอรับ....ข้าดื่มแต่น้ำมาทั้งวัน เพื่อรอทานข้าวพร้อมท่านจินนี่แหละ! คาเมะไม่กลัวเลยสักนิดหากพูดไปแล้วต้องโดนจินด่า แต่เพราะอยากให้จินรู้ จึงต้องบอกความจริงไป เป็นอย่างที่คิด จินทำหน้าดุใส่ แต่คาเมะก็ตีสีหน้ากลับด้วย
ก็.....กินคนเดียวมันไม่อร่อยเท่ากินข้าวพร้อมท่านนี่นา~อย่าโกรธข้าเลยนะ เด็กหนุ่มร่างบางตีหน้าเศร้า เล่าความจริงไม่พอ เลยออดอ้อนด้วยการเอาแก้มขาวๆ ถูไถท่อนแขนแกร่งเหมือนลูกแมวน้อย ชายหนุ่มร่างหนาถอนหายใจทิ้ง
นึกไว้แล้วเชียวต้องเป็นแบบนี้....นายนี่มัน........เด็กดื้อจริงๆ! ถึงปากจะว่า แต่มือหนาก็ขยี้ผมนุ่มด้วยความรักใคร่ จุมพิตเบาๆ บนหน้าผาก ก่อนผละตัวออกมา ทำเอาคาเมะใจเต้นตึกตักไม่เป็นท่า
กินข้าวกันเถอะ วันนี้ชั้นซื้อข้าวกล่องอย่างดีมากฝากด้วย ชายหนุ่มชูถุงใส่ข้าวจากร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อนก็เดินนำเข้าบ้านไปทันที เด็กหนุ่มยิ้มกว้างกับความใจดีของจิน
ขอรับ!! ท่านจินใจดีที่สุดเลย! ตะโกนโหวกเหวก ก่อนวิ่งเหยาะๆ เดินตามจินเข้าไปในครัวอย่างคนอารมณ์ดี
..........................................
................................
....................
ทานแล้วนะขอร้าบบบบบบ! เสียงเจื้อยแจ้วดังก้อง พร้อมทำท่าพนมมือเล็กน้อยก็จัดการอาหารทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าด้วยความหิวโหย นิ้วเรียวคีบตะเกียบหยิบซูชิหน้ากุ้งอย่างคล่องแคล่วจับยัดใส่ปาก ตามด้วยซูซิหน้าไข่หวานของโปรด เคี้ยวตุ้ยๆ ไม่ทันถึง3วิ ก็ทำท่าคีบซูซิหน้าไข่ปลาคลาเวียเข้าปากอีกแล้ว
ค่อยๆ กินก็ได้ เดี๋ยวติดคอตายพอดี! จินส่ายหน้าไปมา แอบขำกับแก้มอูมๆ ทั้งราบคุณชายที่เคยถูกสั่งสอนมาดีเป็นมาแทบจะไม่เหลือเลย
เป็นยังไงบ้าง โอเบนโตะ(ข้าวกล่อง) ร้านนี้อร่อยหรือเปล่า? จินเอ่ยถาม มองดูท่าทางคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับการกินจนไม่เงยหน้าขึ้นมา
นี่คาซึยะ ได้ยินที่ชั้นถามหรือเปล่า? จินเรียกชื่ออีกครั้ง คาเมะถึงเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าท่าทางเหรอหรา ในขณะที่ปากกระจับยังขยับเคี้ยวข้าวไม่ยอมหยุด แต่ทว่า
หึหึ...... ชายหนุ่มกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ ทำเอาคาเมะงงกับท่าทางแปลกๆ ของจินบ้าง
ท่านเป็นอันใดไปหรือ? เหตุใดถึงเอาแต่นั่งหัวเราะ? คาเมะขมวดคิ้ว ยิ่งเห็นจินหัวเราะหนักขึ้นตัวเองก็พลอยงงเป็นไก่ตาแตก ก็จะไม่ให้จินขำได้ยังไง ในเมื่อ.....
หึหึ.....ไม่ยักรู้ว่า คาซึยะของชั้น....มีไฝกับเค้าด้วยเหรอเนี่ย? ว่าแล้วจินก็ระเบิดหัวเราะออกมา กับไฝสีส้มของไข่ปลาคลาเวียที่มันลอยละล่องไปติดอยู่บนริมฝีปากคาเมะ เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อคาเมะ ถึงกับหน้าเหวอไปชั่วครู่ ก่อนยกมือปาดริมฝีปากกันพัลวันไปหมด และแล้วก็ได้ตัวการแห่งความอับอาย เด็กหนุ่มก้มมองเจ้าไข่ปลาสีส้มเม็ดเล็กด้วยความขุ่นเคือง
นี่แหนะ! อ้ำ! แล้วก็จัดการมันโยนเข้าปากเคี้ยวมันให้สาแก่ใจ ที่บังอาจทำให้เขาอับอายต่อหน้าจิน
หยุดขำข้าเสียที!~ เสียงเจื้อยแจ้วออกคำสั่ง จินเองก็ไม่อยากแกล้งคาเมะมาก เขาจึงพยายามหยุดหัวเราะให้ได้ แต่ก็ไม่วายนั่งหัวเราะหึหึในลำคอ คนตัวเล็กจึงนั่งหน้างอ ทำปากยื่นอย่างเด็กน้อยเง้างอน
โอเคๆ หยุดขำก็ได้...แต่....มันตลกนี่นา คนอะไรมีไฝสีส้ม! อุ๊บ! จินทำท่าจะหัวเราะอีกครั้ง แต่ก็ต้องปิดปากตัวเองไว้ก่อน ก่อนก้มหน้าลงมือทานบ้าง และมันกำลังจะเป็นแบบนั้นถ้าไม่ได้ยินเสียงออดเสียก่อน
กริ๊งงงงงง~ เสียงกริ่งดังรัวยาว อารมณ์ขันของจินหมดวาบหายไป ความเซ็งเข้ามาแทนที่ เมื่อมีคนมาขัดจังหวะอาหารเย็นอีก ชายหนุ่มวางตะเกียบลงดังปึ้ง หัวเสียกับไอ้แขกไม่ได้รับเชิญที่มาขัดขวางคนกำลังจะกินข้าว เด็กน้อยคาเมะมองดูท่าทางหงุดหงิดของคนรักตาปริบๆ
แกร่ก~
ฮายยยยย....ไอ้จินกรูมาเยี่ยม เสียงของยูอิจิดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องเปิดออก จินทำหน้าเซ็งให้ผู้มาเยือนเห็นทั้งสามคน
ไม่ต้องทำหน้าต้อนรับกรูขนาดนั้นก็ได้ ยูอิจิตีบ่าเพื่อนแปะๆ ก่อนถอดรองเท้าเดินเข้าไปด้านในทันที
ขอรบกวนด้วยนะคร้าบบบ~ แถมมันยังตะโกนเสียงดังบอกเจ้าของบ้านที่ยืนกอดอกอยู่
เข้ามาข้างในก่อนสิ จินเอ่ยชวนเพื่อนรักอีกสองคนที่รอเจ้าของบ้านเชื้อเชิญอยู่
นึกว่าจะไม่ชวนซะแล้ว~ โคคิเอ่ยประชด ก่อนเดินเข้าไปบ้าง ยามะพีเองก็ส่ายหน้าไปมาให้กับยูอิจิ พอเดินเข้ามากันไม่เท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงยูอิจิแหกปากตะโกนดังลั่น
คาเมะจังงงง~ ยูอิจิลากเสียงยาว เดินฉับๆ ไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งกินข้าวอยู่ เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อหันควับ ยิ้มกว้าง พลางวางตะเกียบลง ลุกขึ้นโค้งคำนับ
สวัสดียามเย็นขอรับ~ ท่าน........ คาเมะละไว้ เพราะยังไม่รู้ว่าจะเรียกเพื่อนจินว่าอะไรดี
นากามารุ ยูอิจิ ยูอิจิยิ้มกว้าง คาเมะพยักหน้า
ขอรับ ท่านยู....ข้าเรียกท่านแบบนี้ได้ใช่ไหมขอรับ? ดวงตาบ้องแบ๊วใสซื่อเอ่ยถาม มีหรือคนใจดีแบบยูอิจิจะใจร้ายได้ลงคอ
ได้สิ! สำหรับคาเมะจังที่น่ารักเรียกอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ! ยูอิจิเองเริ่มชอบร่างบางนี้ขึ้นมาทีละนิดแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน ไอ้ชอบที่ว่าน่ะ ชอบที่แปลว่าเอ็นดูมากกว่า! และอีกอย่าง คนตัวเล็กแฟนไอ้จินมันน่ารักน่าชังขนาดนี้ มีหรือจะทำใจเฉยเมยได้ลงคอน่ะ!
อะแฮ่ม!! จินกระแอมเสียงดังลั่นจากด้านหลัง ทำเอายูอิจิหัวเราะแหะๆ
แล้วเพื่อนท่านสองคนนั้น?... คาเมะทำตาปริบๆ ยิ่งทำให้ยูอิจิมองเห็นความน่ารักมากขึ้นไปอีก
อ่อ เจ้าคนหน้าตาโหดๆ นี่ชื่อ ทานากะ โคคิ ส่วนเจ้านั่นหน้าตาลูกคุณหนูหน่อย ชื่อยามาชิตะ โทโมฮิสะ ยูอิจิแนะนำให้เสร็จสรรพ เห็นโคคิแยกเคี้ยวใส่กับไอ้คำว่าหน้าโหดๆ
สวัสดีขอรับท่านคิ ท่านโทโมะยามะ คนตัวเล็กโค้งให้สุดตัว ทั้งโคคิและยามะพีพากันอมยิ้มกับชื่อที่ถูกคนตัวเล็กเปลี่ยนให้ใหม่ แต่ก็น่ารักในความคิด จะมีแต่จินที่ยืนถอนหายใจบางๆ
แล้วนี่พวกแกยกขะโยงมาแบบนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? จินกอดอกถามอย่างเซ็งๆ
เปล่าซะหน่อย แค่คราวก่อนมาแบบไม่ทันตั้งตัวน่ะ คราวนี้ก็เลยอยากมาทำความรู้จักกับคาเมะจังอย่างเป็นทางการแค่นั้นเอง ยูอิจิตอบแทนเพื่อนอีกสองคน
และที่สำคัญโรคแอลกอฮอล์กำเริบน่ะ ชั้นก็เลยซื้อขนมมากับแกล้มตั้งเยอะ โคคิและยูอิจิชูถุงหูหิ้วที่บรรจุไปด้วยขนมขบเคี้ยวถุงใหญ่หลายห่อ เท่านั้นยังไม่พอ พอมองถัดไปในมือยามะพี ก็เห็นกระป๋องเบียร์นับสิบกระป๋องนอนอัดแน่นอยู่ในนั้น
เออๆ จะทำอะไรก็ตามใจ แต่อย่าทำบ้านชั้นสกปรกเหมือนพวกแกก็แล้วกัน!~ เมื่อเจ้าของบ้านอนุญาต ทั้งโคคิและยูอิจิรีบวิ่งแจ้นเข้าไปในครัวทันที
งั้นชั้นเอาเบียร์ไปแช่ก่อนนะ ยามะพีพูดจบก็เดินหิ้วถุงเบียร์เข้าไปทันที พอร่างนั้นผ่านไป มือเล็กก็กระตุกชายเสื้อคนรัก
ฮื้มห์..มีอะไรเหรอ? จินครางถามเบาๆ
หากข้าเดาไม่ผิด เพื่อนท่านทุกคนคงรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวข้าหมดแล้วใช่ไหมขอรับ? คาเมะถามเสียงเบา จินพยักหน้า
อืม....คงประมาณนั้นแหละ ทำไมเหรอ? ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า? มือหนาลูบผมนุ่มเบาๆ คาเมะส่ายหน้าไปมา
มิใช่เช่นนั้นขอรับ ข้าแค่คิดว่าเพราะเป็นเพื่อนของท่านจินแล้ว ทุกคนคงเป็นคนดีเหมือนท่านเช่นกันแน่ๆ คาเมะยิ้มให้คนรัก จินเองรู้สึกเขินเล็กน้อยกับคำชมนั้น
เชื่อเถอะ เพื่อนชั้นทุกคนน่ะ ไว้ใจได้...เรื่องของนายไม่มีวันที่คนอื่นจะรู้อย่างแน่นอน~ จินบอกให้คนตัวเล็กมั่นใจ
ขอรับ ข้าเชื่อท่าน เชื่อในตัวเพื่อนท่านทุกๆ คน แล้วรอยยิ้มสดใสก็มอบให้ชายหนุ่มคนรักอีกครั้ง มือหนาลูบผมนุ่มอย่างอ่อนโยน แต่กระนั้นคิดหรือว่าจะรอดสายตาคนในครัวไปได้ ทั้งโคคิและยูอิจิเองก็พากันอมยิ้มกับภาพตรงหน้า นานแล้วที่ไม่เคยเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนของเพื่อนคนนี้ นานแล้วที่ไม่เคยเห็นว่าจินจะรักใครทั้งนั้น นับว่าคนที่โชคดีที่สุดในโลกคงจะเป็นหนุ่มน้อยหลงยุคคนนี้แหละมั้ง ที่ได้ครอบครองหัวใจของอะคานิชิ จิน นักร้องหนุ่มที่แสนโด่งดังในขณะนี้.......นอกเสียจากรอยยิ้มอ่อนๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยามะพีเท่านั้น
อะแฮ่ม! ไม่ทันให้เพื่อนรักสวีทกับคนรักเท่าไหร่ ยูอิจิก็แกล้งกระแอม ด้วยความอิจฉาน้อยๆ พร้อมหอบหิ้วถุงขนมรสโปรดติดมือด้วย
หวานกันเข้าไป...เห็นใจคนโสดหน่อยนะเพื่อน ยูอิจิแหล่มองนักร้องหนุ่มด้วยสายตาหมั่นไส้ ก่อนหันมาทางคาเมะจังหนุ่มน้อยน่ารักที่ยูอิจิสุดปลื้ม
คาเมะจังมานี่เร็วๆ ชั้นมีอะไรจะให้ พูดจบแค่นั้นแหละ ยูอิจิฉุดข้อมือเล็กให้เดินตามไปยังโซฟา ทันที โดยที่จินยังไม่ทันร้องห้ามแต่ก็แอบจิกด่าด้วยสายตาไปแล้ว
ชั้นเพิ่งนึกออกว่ามีของฝากมาให้คาเมะจังด้วย ยูอิจิวางถุงขนมสองถุงในมือ ก่อนยื่นถุงกระดาษที่มีขนมมากมายเต็มไปหมดที่ตั้งใจซื้อมาฝากคนตัวเล็กโดยเฉพาะ คาเมะเลิกคิ้วขึ้น หันไปมองจินที่ยืนกอดอกมองดูเจ้าเพื่อนรักมันมายุ่มย่ามกับแฟนตัวเอง จินพยักหน้าประมาณว่าให้รับของฝากได้ คาเมะจึงหันกลับไป
ขอบคุณนะขอรับท่านยู เด็กหนุ่มยิ้มหวานให้เพื่อนท่านจิน ยูอิจิเองอมยิ้มตอบ
แกะเลยๆ นายอาจจะไม่เคยกินขนมพวกนี้มาก่อน แต่ชั้นคิดว่ามันคงอร่อยถูกปากนายแน่ๆ ยูอิจิว่าแบบนั้น คาเมะเองก็เป็นเด็กดีทำตามอย่างว่าง่าย เขาแกะถุงกระดาษออก ก่อนหยิบขนมทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดบางขึ้นมาดู ก่อนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกใจ
ท่านจิน!!! นี่มัน ท่านจินนี่นา.....เหตุใดท่านจินถึงเข้าไปอยู่ในสิ่งนี้ได้!~ คาเมะร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นรูปคนรักอยู่ในกระดาษบนขนมบางอย่างที่คาเมะไม่รู้จัก แต่ที่รู้ๆ คาเมะคิดว่าจินดูดีสุดๆ จนอยากจะเก็บเอาไว้ไม่ยอมแกะเลยล่ะ
แล้ว....ระหว่างชั้นในนั้นกับชั้นตอนนี้อันดูดีกว่า ฮื้มห์ จินนั่งลงโซฟาข้างคนรัก คำถามของจิน ทำเอาคาเมะก้มหน้าหงุด
ก็.....ก็ต้องเป็นท่านตอนนี้อยู่แล้วนี่ขอรับ คนตัวเล็กอมยิ้มกริ่ม จินเองก็เช่นกัน จะมีแต่
พอๆๆ....เลิกหวานกันซักแป๊บได้มั้ยวะ! หมั่นไส้จริงๆ ยูอิจิส่ายหน้าไปมาให้กับจิน ก่อนหันมาทางคาเมะอีก
อันนี้เค้าเรียกว่าช็อคโกแล็ต ส่วนรูปบนนั่นน่ะ ไม่ต้องสนใจหรอก มีทุกอันนั่นแหละหน่า ยูอิจิว่า ก็นะจินเป็นพรีเซนเตอร์ช็อคโกแลตCrunky ของล็อตเต้นี่นา ไม่แปลกที่จะมีรูปนักร้องหนุ่มคนนี้บนขนมทุกกล่อง...คาเมะค่อยๆ ดึงขนมรูปทรงประหลาดออกจากกล่อง จึงเห็นขนมที่ยูอิจิเรียกว่าช็อคโกแล็ตแผ่นบางๆ ที่ถูกห่ออยู่ในกระดาษสีทอง กำลังยกมันขึ้นทำท่าจะงับเต็มที่
เดี๋ยวก่อน! ทั้งยูอิจิ และจินร้องเสียงดังดักไว้ เด็กหนุ่มถึงกับผงะ สายตางุนงงเต็มแก่
ข้า....ข้าทำอันใดผิดหรือ? สายตาบ้องแบ๊วถามท่านทั้งสองตรงหน้า
ต้องแกะห่อสีทองนี่ก่อน ขืนกินเข้าไป ติดคอตายพอดี! จินพูดจบก็จัดการฉีกกระดาษฟอยสีทองแผ่นบางออกให้ เพื่อคาเมะจะได้ลิ้มรสถนัดและถูกต้องตามหลัก
กินได้แล้ว จินกล่าว คาเมะพยักหน้า ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของขนมที่เขาไม่รู้จัก
หอมมากเลยขอรับ...มันต้องเป็นขนมที่หวานมากๆ แน่ คาเมะคิดแบบนั้น ทั้งจินและยูอิจิไม่ตอบเพราะให้เด็กหนุ่มหาคำตอบเอง คาเมะใจจดใจจ่อกับมันราวกับตั้งสติ ก่อนหลับตา ก้มกัดมันด้วยท่าทางตื่นเต้นสุดๆ
กรุ่บ~ คำแรกถูกกัดจนแหว่งไปซีกหนึ่งเป็นรอยฟัน คาเมะหลับตาเคี้ยวกรุบกรับไม่ยอมคุยกับใคร ลิ้มรสความแปลกใหม่ที่ได้สัมผัส ปากกระจับเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนทำงานช้าลง ช้าลง จนร่างนั้นนิ่งเงียบ...ไม่เว้นแต่จินและยูอิจิเองก็แอบลุ้นด้วยเช่นกัน แต่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มนิ่งไป ทั้งสองคนเริ่มใจแกว่ง
คาซึยะ....เป็นอะไรไป ไม่อร่อยเหรอ? จินเริ่มใจหาย เมื่อถามคำถามไปแต่ไม่ได้คำตอบ คาเมะยังคงนิ่งก่อน ก้มหน้าลง ไม่ทันไร....
อ่า! คาเมะจังร้องไห้ทำไม? ยูอิจิและจินเบิกตาโพลง เมื่อคาเมะยกมือขึ้นปาดน้ำตา ในขณะที่ปากบางเคี้ยวขนมช้าๆ
คาซึยะ....ร้องไห้ทำไม ไม่อร่อยก็ทิ้งไปก็ได้ไม่ต้องฝืนหรอก จินในหายวาบ ไม่คิดว่าขนมสมัยนี้จะทำให้เด็กหนุ่มหลงยุคอย่างคาเมะต้องร้องไห้เพราะรสชาติที่แปลกประหลาดของมัน แต่ทว่าคาเมะกลับเงยหน้าขึ้น
ฮึก....เนอร่อยมากๆ เลยขอรับ....อร่อยจนข้าซาบซึ้งในรสชาติของมัน....ฮึก ปากเจื้อยแจ้วเอ่ย พลางสะอื้น ทำเอาจินและยูอิจิถอนหายใจยาว...นิ่งเงียบกันไปชั่วครู่ ก่อนพากันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
เจ้าเด็กบ้า ทำเอาชั้นใจหายหมด นิ้วเรียวดีดหน้าผากคนรักเบาๆ ก่อนปลายวาดซับน้ำตาไว้
ถ้าอร่อยมาก ก็กินให้หมด เรื่องอ้วนนะ ค่อยไว้ทีหลัง จินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน คาเมะพยักหน้าก้มลงกินขนมสีดำในมือต่อด้วยท่าทางปลาบปลื้ม ทำเอาจิน ยูอิจิ และ เพื่อนอีกสองคนพากันยิ้มออกมาถ้วนหน้ากับความน่ารักที่คนทำสร้างมันมาโดยไม่รู้ตัว
หลังจากที่พากันสังสรรค์เล็กๆ น้อยๆ ต้อนรับคาเมะจังผู้น่ารัก และถามไถ่ความเป็นอยู่และชีวิตของคาเมะเล็กๆ น้อยๆ ไม่ทันไรเวลาผ่านไปจนกระทั่งเข็มสั้นและเข็มยาวชี้ตรงมายังเลข12พร้อมกันพอดี จินยืนกอดอกมองดูยูอิจิเมาหลับคาโซฟา มือยังคงถือกระป๋องเบียร์คาอก ในขณะที่โคคินอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นแต่ดันยกขาก่ายอกยูอิจิ สภาพเมามายของเพื่อนรักทั้งสองหมดสภาพ ดูไม่ได้เอาเสียเลย ทำเอาจินส่ายหน้าไปมากับนิสัยประจำของเพื่อนรัก...
ไอ้พวกบ้าเอ้ย~เมาทีไรก็เป็นแบบนี้ทุกที!! ลำบากชั้นอีกจนได้!! เฮ้อ จินถอนหายใจ คาเมะอมยิ้มกับสภาพของเพื่อนจินทั้งสองคน ส่วนยามะพีสภาพตอนมาเป็นเช่นไร ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่
คืนนี้ชั้นคงฝากเจ้า2คนนี้ไว้กับนายแล้วนะ ยามะพีหัวเราะในลำคอเบาๆ
ไม่ต้องบอกชั้นก็รู้ชะตากรรม ดูสภาพมัน2ตัวแล้วแบบนี้ จะให้มันขับรถกลับพรุ่งนี้มีหวังลงข่าวหน้าหนึ่งเพราะรถชนเสาไฟฟ้าคอหักตายแน่! จินไม่ได้แช่ง และปากปีจอแต่อย่างใด แต่มันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ หากเจ้าเพื่อนสองคนนี้กลับออกไปในสภาพที่เมาเหมือนลูกหมา
แล้วนายจะค้างที่นี่หรือเปล่า? จินหันไปถามเพื่อนรักอีกคน
ไม่มีดีกว่า พรุ่งนี้มีประชุมตอนเช้า ยามะพีกล่าว จินพยักหน้ารับ
งั้นเดี๋ยวชั้นช่วยนายเก็บกวาดก่อนก็ได้ ค่อยกลับ พูดจบยามะพีก็ลงมือเก็บกระป๋องเบียร์ว่างเปล่าหลายกระป๋องที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น
เอ่อไม่ต้องหรอกขอรับ ข้าทำเองดีกว่า คาเมะเห็นว่าตัวเองเป็นเจ้าบ้าน จะให้แขกผู้มาเยือนทำเช่นนี้คงจะไม่ดีนัก ตัวเองจึงทำหน้าที่เก็บกวาดแทน แต่ยามะพีกลับส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร
ไม่เป็นไรหรอก ช่วยๆ กันจะได้เสร็จเร็วๆ ไง ยามะพียิ้มให้ เด็กหนุ่มพยักหน้า ยิ้มหวานตอบกลับ ก่อนก้มลงช่วยกันเก็บกระป๋องเบียร์ใส่ถุงขยะ ก่อนเดินนำไปทิ้งที่ห้องครัว ช่วยกันล้างจาน ในขณะที่จินพยายามพยุงขาโคคิออกจากอกยูอิจิ เพราะเกรงว่าเจ้าเพื่อนคนนี้จะขาดอากาศหายใจ และกลายเป็นศพเอาได้!
จินเป็นยังไงบ้าง? จู่ๆ ยามะพีก็ถามขึ้น คาเมะนิ่งเงียบอมยิ้มจางๆ
ก็ใจดีขอรับ ถึงแม้จะดุไปบ้าง สีหน้าคาเมะไม่ได้บ่งบอกเลยว่าเวลาที่อยู่กับจินเจ้าตัวรู้สึกอึดอัด หรือ ทรมานใจแต่อย่างใด รอยยิ้มแบบนั้นใครๆ ก็ดูออกว่า คนตัวเล็กเองรู้สึกดีกับจินมากแค่ไหน
อืม....บางครั้งเจ้านั่นก็ชอบพูดว่าคนอื่นโดยไม่คิด และก็ใจร้อน ขี้โมโหไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วจินมันก็ใจดีจริงๆ นั่นแหละ ยามะพีเอ่ย คาเมะพยักหน้าเข้าใจ เพราะนิสัยที่เพื่อนจินคนนี้กล่าวมา คาเมะเจอมาหมดแล้ว
ส่วนเรื่องความลับของนาย ไม่ต้องกังวลใจนะ พวกชั้นน่ะเป็นเพื่อนรักกัน ไม่หักหลังกันอยู่แล้ว ยามะพีพูดไว้เผื่อให้อีกคนสบายใจ
ขอบคุณมากขอรับ คาเมะยิ้มอ่อนๆ ให้ยามะพี ชายหนุ่มเองก็ยิ้มตอบกลับ ความรู้สึกบางอย่างแทรกผ่านเข้ามาในความรู้สึกโดยไม่ได้ตั้งใจ
นี่เที่ยงคืนครึ่งแล้ว นายรีบกลับเถอะ มันอันตราย~ เสียงของจินดังแทรกขึ้น ทำให้ยามะพีสะดุ้งน้อยๆ ละสายตาจากใบหน้าหวานนั้นทันที
อืม ก็ดีเหมือนกัน.... พูดไปพลางล้างมือให้สะอาด ก่อนเดินออกมา คว้ากระเป๋าและกุญแจรถ
คืนนี้ฝากไอ้สองตัวนี้ด้วยนะ...เฮ้ออ~ ยามะพีมองสภาพเพื่อนสองคนแล้วก็ถอนหายใจออกมา โบกมือให้จิน ก่อนเดินออกไป พอประตูปิดลง เขาจึงเดินไปยังห้องครัวเห็นรักกำลังยืนล้างจานอยู่
เมื่อกี้คุยอะไรกันเหรอ? จินถามขึ้น เพราะเขาเองไม่แน่ใจว่าสายตาของยามะพีที่มองคาเมะเมื่อครู่ว่าแท้จริงแล้วอาจคิดอะไรอยู่นัยๆ และนั่นเขาจึงต้องแกล้งทักอ้างเวลาทำให้ยามะพีกลับไปได้สำเร็จ ก่อนที่อะไรมันอาจจะเลยเถิดไปมากกว่านี้
ก็ข้าก็คุยเรื่องท่านนั่นแหละ....เพื่อนท่านถามข้าว่า ท่านจินเป็นเช่นไรบ้าง? คาเมะก้มหน้าล้างจานดั่งที่จินเคยสอนไว้ก่อนหน้า
แล้วนายตอบว่ายังไง? จินเองก็อยากรู้ คาเมะกรอกตาไปมา
อืมม ว่าเช่นไรดีน้า~....ข้าบอกเพื่อนท่านไปว่าท่านน่ะ...เป็นคนใจร้อน ขี้โมโห ชอบด่าข้าว่าโง่ และก็เป็นคนเอาแต่ใจที่สุดในโลก คาเมะแกล้งจินด้วยการพูดปด เป็นอย่างที่คิด จินทำหน้าบึ้งขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์
ก็คงจะจริงอย่างที่นายพูด ชั้นเองคงไม่ใจดีเหมือนยามะพีหรอก! จู่ๆ ต่อมความหึงหวงก็กระตุ้นทำงานขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จินถอนหายใจทิ้ง ก่อนเดินออกไป คาเมะเห็นว่าไม่เป็นการดีแน่ จึงละทิ้งทุกสิ่งเช็ดมือกับกางเกงตัวเองก่อนวิ่งไปหาคนรักรั้งข้อมือหนาไว้
ข้าล้อเล่นน่ะ! ใบหน้าหวานซบลงบนท่อนแขนหนา จินเหลือบมองคนรักก่อนหันกลับ
โกรธข้าจริงๆ หรือ? ข้าล้อท่านเล่นเองนะ....หรือว่า....ท่านหึงหวงข้าอย่างนั้นใช่ไหม? คาเมะยิ้มแป้นทันที จินนิ่งเงียบเมื่อคำถามของคาเมะจี้จุดตรงหัวใจแป๊ะ!
ไม่ตอบ...แสดงว่าท่านเองก็หึงหวงข้า กลัวว่าข้าจะชอบเพื่อนท่านอย่างนั่นใช่ไหม? คาเมะหัวเราะคิกคักคนเดียว ไม่เหมือนจินทีเอาแต่ยืนหน้าบึ้ง
ก็.....ยามะพีเป็นคนใจดีมาก อีกอย่างหมอนั่นก็นิสัยดีกว่าชั้นหลายเท่า ไม่แปลกหรอกที่....ใครต่อใครก็ต้องชอบเจ้านั่น จินเองก็กลัวแบบนั้นจริงๆ
นอกจากท่านจะใจร้าย ชอบดุชอบด่าว่าโง่ หนำซ้ำยังขี้โมโห และเอาแต่ใจ ข้ามิคิดเลยว่าท่านจะ........น้อยใจเป็นด้วย คาเมะอมยิ้มกริ่ม กลั้วหัวเราะในลำคอ จินหันขวับมาทันที
ใช่...ชั้นมันก็นิสัยไม่ดีแบบนี้แหละ...ถ้านายจะไปชอบยามะพี....ก็.........ก็เอาเลย จินอารมณ์น้อยอกน้อยใจแบบนี้เป็นครั้งแรกที่คาเมะได้เห็น เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก่อนกระโดดโอบกอดร่างหนาไว้แน่น
มิเอา....ต่อให้เพื่อนท่านแสนดีแค่ไหน ข้าก็มิเอาทั้งนั้น...เพราะข้าน่ะ หลงรักท่านอะคานิชิ จิน ผู้ใจดีและมอบหมั่นโถวให้ข้าตั้งแต่วันนั้นแล้ว....ข้ามิกล้าไปรักใครอื่นได้หรอก นอกจากท่านผู้เดียว~ เด็กหนุ่มออดอ้อนคนรัก เสียงเจื้อยแจ้วแต่เต็มไปด้วยความจริงใจ ทำให้ชายหนุ่มร่างหนานิ่งเงียบ เป็นครั้งแรกที่จินเคอะเขินกับคำพูดพวกนี้ และเป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้ว มันทำให้เขารู้สึกตื้นตันและ....รักเด็กหลงทางคนนี้มากขึ้นไปอีก....จากที่ว่าหน้าหล่อบูดบึ้ง กลายเป็นว่าอมยิ้มน้อยๆ บ้างแล้ว
เจ้าเด็กบ้า! ปากว่า แต่มือหนาก็ขยี้ผมนุ่มนั้นอย่างเอ็นดู คาเมะเงยหน้าขึ้น ยิ้มแป้นให้คนรัก จะรู้ไหมว่ายังมีสายตาของคน(แกล้งเมา)อีกสองคนแอบดูอยู่ด้วย พากันอมยิ้มถ้วนหน้า ก่อนค่อยๆ นอนลงลงดังเดิมพร้อมหลับสนิทฝันดีทั้งคืนเพราะฉากสวีทหวานๆ ของคู่รักคู่หนึ่ง
TO BE CON >>>>>>>
(( มีใครคิดเหมือนเรามั้ย....ตอนนี้น้องเมะน่ารักสุดๆๆ ไปเลยอ่า กรี้ดๆๆๆๆ น้องน่ารักฮื้ววว พูดไม่ออกเลย ความน่ารักมันจุกอก อือิ ช่างกล้าเน๊อะ ทำพี่จินเรางอนได้ ฮิ้วววววว ))
PLEASE COMMENT !!
ขอบคุณค่ะ

กริ๊วววววววววววววววว หวานไปไหนกันค่ะเนี่ย
ท่านจินมีอาการน้อยใจแบบนี้ ก้เพราะหึงอ่ะจิ
คาเมะจังนี่ก้อ้อนเก่งจริงๆ นี่ถ้าง้อไม่ทันมีหวังเปนเรื่องแน่ๆ
ง่า. มะพีเริ่มชอบคาเมะแล้วง่ะ ทำไงดีๆๆๆๆ
ถึงคาเมะจะรักท่านจินคนเดียว แต่กลัวมีเรื่องจังๆ
คิกะยุอิจิแกล้งมเหรอหน่ะ!!
แอบดูคนอื่นเค้าสวีทกันไม่ดีน้ะ ต้องแบ่งกันดูต่างหากเล่า!!
กร่ากกกกกกกกกกกกกกกก
เรื่องนี้ก้สนุกอีกแล้ววว
พี่เบลล์แต่งสนุกทุกเรื่องเลย O0O